แชร์ประสบการณ์ : ตรวจวิเคราะห์สภาพตาก่อนทำเลสิกที่ TRSC

เมย์เริ่มใส่คอนแทคเลนส์ครั้งแรกช่วงม.ต้น ใส่สลับกับแว่นสายตามาตลอด ประมาณ 10 ปี จนกระทั่งเมื่อสองเดือนก่อน เมย์ไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้อีก เพราะว่าตาแห้ง แดง และอักเสบมาก แม้ว่าจะเพิ่งใส่แค่ครึ่งชั่วโมง

ทุกครั้งที่ใส่แว่น เมย์จะไม่ค่อยมีความมั่นใจ บวกกับความลำบากของวิสัยทัศน์ในการมองเห็น เช่น ตื่นเช้าต้องควานแว่นตาเป็นอันดับแรก ซึ่งก็หาไม่ค่อยเจอ เพราะสายตาสั้นมากมองไม่เห็น ออกจากรถยนต์หรือรถไฟฟ้าแล้วแว่นขึ้นฝ้า กินสุกี้หรือชาบูแว่นก็ขึ้นฝ้า จมูกเป็นรอยแว่น และล่าสุดคือขาแว่นตาหัก โดยไม่สามารถหาแว่นใหม่ได้ และเมื่อต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีแว่น ปวดหัวมาก

เลยแพลนว่าจะทำเลสิก ก็คุยกับป้า ป้าบอกให้ถามแก๊งสเมิร์ฟ ปรากฎว่าแก๊งสเมิร์ฟทำ ReLex ที่ TRSC ทั้งหมด ทำแล้วดี ป้าก็เลยสนับสนุนให้ทำที่นี่

เมย์เริ่มต้นจากค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ ReLex และ TRSC ใน Google ก่อนจะโทรไปสอบถามข้อมูล และโทรไปนัดคิวตรวจ

ก่อนจะทำเลสิก เราต้องตรวจวิเคราะห์สภาพตาก่อน ซึ่งวันนี้เพิ่งไปทำมา ประทับใจมาก ประทับใจตั้งแต่โทรศัพท์มาสอบถามข้อมูลแล้ว ก็เลยอยากนำมาบอกต่อ

นัดหมาย

เมย์สอบถามและนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ทางโทรศัพท์ บริการดีมาก ให้ข้อมูลเป๊ะ เมื่อได้วันเวลาแล้ว เขาก็จะสอบถามข้อมูลและแจ้งข้อมูลที่เราควรทราบเบื้องต้น เพื่อที่จะได้เตรียมตัวก่อนไปตรวจได้ถูกต้อง

ก่อนวางสาย มีการสอบถามว่าเรารู้จัก TRSC ได้ยังไง เราก็บอกว่ารู้จากเพื่อน เพื่อนแนะนำมา เจ้าหน้าที่ก็ขอข้อมูลเพื่อน ปรากฎว่าได้ส่วนลด 5,500 บาท (ค่าตรวจ 500 ค่าผ่าตัด 5,000 บาท) ซึ่งถ้าเขาไม่ถาม เราก็ไม่รู้ จะปล่อยผ่านไปก็ได้

(อัพเดตสิทธิ์เพิ่มเติม ปี 2565 หากบอกว่า เบญจภรณ์ สวัสดี แนะนำมา ลดค่าตรวจตา 15% และลดค่าผ่าตัด 7,000 บาท)

หลังวางสายมี SMS แจ้งเตือนนัดหมาย และโทรมาคอนเฟิร์มนัดล่วงหน้า 1 วัน แล้วก็ใจดีมาก แบบว่าถ้าเราไม่สะดวก สามารถแคนเซิลนัดได้ตลอด ขอแค่โทรบอก ทำให้เมย์เกรงใจมาก ชนิดที่ว่าแค่คำนวณเวลาแล้วคิดว่าจะไปถึงเลท ก็รีบโทรไปแจ้งให้ทราบแล้วอ่ะ เกรงใจ

สถานที่

TRSC อยู่ที่ชั้น 6 อาคารอื้อจือเหลียง ขึ้นลิฟต์หน้าฟูจิได้เลย

บรรยากาศภายในศูนย์ โปร่ง โล่ง สบาย คนน้อย ของกินเยอะ 5555

ขั้นตอนการตรวจสุขภาพตา

1. ลงทะเบียน

ไปถึงปุ๊บ อันดับแรกก็ต้องกรอกข้อมูลก่อน เสร็จแล้วก็ไปถ่ายรูปทำประวัติ อึ้งกับการให้ความสำคัญกับรูปถ่ายติดบัตรของที่นี่มาก กล้อง DSLR จัดแสงให้เป็นอย่างดี แถมยังมีกระจกบานใหญ่หลังกล้องให้เราเสริมสวยก่อนด้วย .. แต่ก็ไม่รู้ว่ารูปสวยหรือเปล่านะ

2. ตรวจวัดสายตา ครั้งที่ 1

หลังจากนั้นเมย์ก็แว้บไปเข้าห้องน้ำ เพราะไม่คิดว่าบริการจะรวดเร็วขนาดนี้ ที่ไหนได้มีเจ้าหน้าที่รอเราอยู่ เราเดินออกมาก็ถามว่า “คุณเบญจภรณ์ใช่ไหมครับ .. เชิญครับ” แล้วก็พาไปตรวจเช็คดวงตาตามห้องต่าง ๆ

อีกหนึ่งความประทับใจของที่นี่คือ เจ้าหน้าที่จะเช็ดทำความสะอาดที่วางคางและหน้าผากก่อนให้เราใช้ทุกเครื่องเลย และไม่ว่าเราจะสงสัยอะไรก็ให้ข้อมูลอย่างดี ดูเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกคน

3. ศึกษาข้อมูลการรักษา

การทำเลสิกเป็นการผ่าตัดที่ไม่จำเป็น ไม่ทำก็ได้ แต่ถ้าทำแล้วเราก็จะได้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ความผิดปกติของสายตา เป็นผลมาจากระยะการตกกระทบภาพที่ไม่พอดี เราไม่สามารถเปลี่ยนหรือปรับขนาดดวงตาได้ สิ่งที่เราทำได้มีเพียงแค่เปลี่ยนความโค้งของกระจกตาให้พอดีกับระยะที่เป็นปัญหา

TRSC มีการผ่าตัดรักษาภาวะสายตาผิดปกติ 3 รูปแบบ คือ LASIK FemtoLASIK และ ReLEx

LASIK คือการใช้เครื่องมือแยกชั้นของกระจกตาเป็นแผ่น แล้วเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาด้วยเลเซอร์ ก่อนจะปิดกลับเข้าที่เดิมโดยไม่ต้องเย็บ

FemtoLASIK คือการใช้เลเซอร์ในการแยกชั้นกระจกตา เปลี่ยนความโค้งด้วยเลเซอร์ (ตัวเดียวกับเลสิก) ก่อนจะปิดกลับเข้าที่เดิมโดยไม่ต้องเย็บ

ReLEx คือการใช้เลเซอร์แยกกระจกตาเป็นสามชั้น เปิดกระจกตาส่วนหน้า เพื่อนำส่วนกลางออก ความโค้งกระจกตาจะเปลี่ยนไปตามส่วนกลางที่นำออก ซึ่งจะได้รับการคำนวณมาดีแล้ว สุดท้ายคือปิดส่วนที่เหลือเข้าด้วยกันโดยไม่ต้องเย็บ

ทั้ง 3 วิธี มีขั้นตอนหลัก ๆ คล้ายกัน คือแยกชั้นกระจกตา แก้ความโค้ง แล้วปิดกลับโดยไม่ต้องเย็บ เพียงแต่แบบ ReLEx จะมีความแม่นยำมากกว่า อ่อนโยนต่อดวงตามากกว่า ใช้เวลารวดเร็วกว่า ทั้งในขั้นตอนการผ่าตัด การสมานแผล และการฟื้นตัว รวมถึงผลข้างเคียงจากการผ่าตัดก็น้อยกว่าด้วย (ซึ่งแน่นอนว่าก็แพงกว่า)

แม้ว่า ReLEx จะผลกระทบน้อยที่สุด แต่เอาเข้าจริงอีก 2 วิธีที่เหลือ โอกาสความผิดพลาดก็ยังน้อยอยู่ดี (ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย – เฉพาะบุคคล) แต่หากเกิดความผิดพลาด ทาง TRSC ก็แก้ไขได้ อาจจะต้องใช้เวลาให้มันรักษาตัวเอง หรือเข้ารับการรักษาอีกครั้ง เช่น การเติมเลเซอร์ เมื่อสายตาคงที่แล้ว

ขั้นตอนการศึกษาข้อมูล เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาเยอะที่สุด เพราะทาง TRSC ต้องการให้ผู้รับบริการทุกคน เข้าใจถึงเทคโนโลยี สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ความเป็นไปได้ของผลกระทบข้างเคียง และวิธีการแก้ไขปัญหาหากเกิดข้อผิดพลาด

4. หยอดยาขยายม่านตา

หลังจากที่ศึกษาข้อมูลเสร็จ เจ้าหน้าที่จะเชิญให้ไปหยอดยาขยายม่านตาบนเตียงนวดพร้อมผ้าห่ม อื้อหืออออ สบายมาก หยอดตาสองครั้ง แสบนิด ๆ แต่ซับออกก็หาย พอหยอดครั้งที่สองเสร็จ ก็เผลอหลับเลยค่า

หลังหยอดยาขยายม่านตา เราจะได้จำลอง “การเป็นผู้สูงอายุชั่วคราว” เพราะจะมองใกล้ไม่ค่อยชัด จะเล่นโทรศัพท์ทีต้องยืดจนสุดแขน ซึ่งก็มองไม่ค่อยชัดอีก เพราะสายตาสั้น 5555

5. ตรวจวัดสายตา ครั้งที่ 2

รอบนี้จะไม่ได้ตรวจครบทุกเครื่องเหมือนรอบแรก มีอ่านตัวหนังสือเหมือนเดิม แล้วก็ตรวจสายตาอีกนิดหน่อย

เมย์สามารถอ่านได้ถึงประมาณใต้เส้นแดง ซึ่งก็คือชัดกว่าสายตาคนปกติ .. ก็หวังว่าผ่าตัดเสร็จแล้วจะชัดแจ๋วเหมือนใส่เลนส์ตอนตรวจนะ

6. พบที่ปรึกษาส่วนตัว

ก่อนพบคุณหมอ เราจะต้องพบกับเจ้าหน้าที่ที่ปรึกษาส่วนตัวก่อน ซึ่งจะคอยดูแลเราตลอดการผ่าตัด ในรูปแบบที่เราสามารถโทรหาได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

เจ้าหน้าที่ทุกคน “ให้บริการดีมาก” ดีเว่อร์ ดีเกินไป ขนาดแต่ละห้อง เป็นเจ้าหน้าที่คนละคน แต่เขาส่งต่องานกันเร็วมาก คนนี้เสร็จ คนนั้นเดินมาชาร์ตต่อ ไม่มีช่วงว่างให้แว้บกินหนมเลยจ้า

มีช่วงนึง หยิบขนมมาวางที่โต๊ะปุ๊บ เจ้าหน้าที่เดินมาเรียก กลับออกมาอีกที แม่บ้านเก็บขนมไปละ แงงง

7. พบแพทย์

เมย์อยู่ภายใต้การดูแลของอาจารย์หมอ วรินทร จักรไพวงศ์ (คนเดียวกับที่ทำให้เพื่อนเลย) อาจารย์อธิบายได้กระชับ เข้าใจง่าย และไม่น่ากลัว

สภาพดวงตาของเมย์ สั้นรวมเอียงข้างละประมาณ 600 ซึ่งอยู่ในระยะปานกลาง มีปัญหาเรื่องความโค้งของเปลือกตา ที่สันนิษฐานว่าน่าจะมาจากอาการตาแห้ง ทำให้ก่อนผ่าตัดต้องตรวจอีกที ระหว่างนี้ก็หยอดน้ำตาเทียมไปก่อน

นอกจากฟังผลสรุปการตรวจจากอาจารย์หมอแล้ว ภายในห้องเราจะทำการตรวจวัดความหนาของกระจกตาอีกครั้ง โดยจะทำการหยอดยาชา และใช้เครื่องอะไรก็ไม่รู้ เป็นพลาสติกมาจิ้มตาแล้วสั่น ๆ

คุณหมอบอกว่าวันผ่าตัดก็จะลักษณะคล้ายกับการตรวจวัดความหนาของกระจกตาเลย แต่จะหยอดยาชามากกว่านี้ ดังนั้น ถ้าวันนี้ไม่เจ็บ ไม่กลัว วันผ่าตัดก็สบายมาก

หลังตรวจเสร็จ ยาขยายม่านตา + ยาชา ทำให้ตาเบลอนิด ๆ สายตายาวหน่อย ๆ ถ้าเดินทางมาคนเดียวก็สามารถกลับเองได้ (แต่ห้ามขับรถ) แต่มีคนมารับมาส่งก็ย่อมดีกว่า

8. ชำระเงินและนัดหมายวันผ่าตัด

ใช้เวลาตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย ประมาณ 3 ชั่วโมง ค่าตรวจจะอยู่ที่ราคา 2,000 บาท แต่ของเมย์ใช้สิทธิ์เพื่อนแนะนำ จึงได้รับส่วนลด 500 บาท เหลือเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด 1,500 บาท

ใครจะไปตรวจลองบอกว่า เบญจภรณ์ สวัสดี แนะนำมาดูนะคะ อาจจะได้ส่วนลดค่าตรวจค่ะ

วันผ่าตัดเจ้าหน้าที่บอกให้อาบน้ำ สระผม แต่งชุดนอนมาได้เลย เพราะคิวผ่าเป็นตอนเย็น ผ่าเสร็จแล้วจะได้กลับบ้านไปนอนได้เลย

9. ประเมินความพึงพอใจ

เมื่อออกจากห้องคุณหมอ เมย์ได้รับคีย์การ์ดประเมินความพึงพอใจในการเข้าใช้บริการ วิธีใช้ง่ายมาก แค่เดินไปที่ตู้ แล้วหย่อนในช่องที่เราต้องการให้คะแนน ซึ่งเมย์ให้ 99.99 คะแนนเลยค่ะ (หักที่บริการรวดเร็ว จนเมย์ไม่ได้กินขนม 5555)


การไปตรวจวิเคราะห์สภาพตาครั้งนี้ ช่วยให้เมย์รู้สึกว่าการทำเลสิกไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวเลย แล้วก็ไม่น่าจะเจ็บด้วย แต่เรื่องจริงจะเป็นยังไง อ่านประสบการณ์การทำเลสิกของเมย์ได้ที่นี่เลยค่ะ

สนใจเรื่องผิว สกินแคร์ การเงิน การเดินทาง การใช้ชีวิต และการจดบันทึก