เรียนภาษาอังกฤษที่ Wall Street English แค่ปีเดียวก็เห็นผล

บรรยากาศที่ Wall Street English

จุดเริ่มต้น

ปลายปี 2016 เมย์ตัดสินใจเรียนภาษาอังกฤษที่ Wall Street English (WSE) ค่ะ คิดเอง ตัดสินใจเอง และจ่ายค่าเรียนเอง โดยมีเหตุผลเดียวคือ อยากสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ .. ในระดับเดียวกับที่ใช้ภาษาไทย

เมย์ค่อนข้างเข้าใจภาษาอังกฤษพอสมควร เพราะว่าเราเรียนมา 55555 เคยได้เกรด 4 เลยนะ สอบได้คะแนนเต็มก็มี แต่เมื่อได้ไปต่างประเทศ เมื่อต้องสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษกับคนที่ไม่เข้าใจภาษาไทย .. เราสื่อสารไม่ได้

เข้าใจ แต่สื่อสารไม่ได้ แค่คำว่า “พี่ชาย” ยังต้องขอกระดาษและปากกามาเขียนให้เค้าอ่านอ่ะ คิดดู

1 ปีผ่านไป …

ตอนนี้ก็ปลายปี 2017 แล้วเนอะ เรียนภาษาอังกฤษที่ WSE มาได้ปีกว่า ๆ แล้ว เริ่มพูดเพื่อสื่อสารแบบถามปุ๊บตอบปั๊บในระดับง่าย ๆ ได้บ้างแล้ว

สองเดือนแรกยังเขินที่ต้องพูดกับอาจารย์เจ้าของภาษา ถัดมาเริ่มคล่องขึ้นแต่ก็เข้าใจว่าเราเรียนบทนี้มาไง เราก็ต้องจับทางถูกอยู่แล้ว ว่าจะต้องต่อประโยคยังไง หรือคำไหนที่เขาพูดแล้วเราจับใจความไม่ทัน ก็พอจะเดาได้ แล้วอาจารย์ก็พยายามที่จะสื่อสารกับเราด้วยเลยพูดช้ากว่าปกติ

ช่วงกลางเมย์ขาดเรียนบ่อย แต่ศักยภาพยังไม่ตกมากเท่าที่ควร เพราะที่ WSE เขาไม่ได้สอนให้เรา “ท่องจำ” เพื่อนำไปใช้ แต่เขาสอนให้เราใช้ ทั้ง ๆ ที่เราก็ยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรนี่แหละ ใช้ชีวิตกับมันไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็รู้

ซึ่งเมย์ชอบดู YouTuber ต่างชาติอยู่แล้ว ทำให้แม้บทเรียนจะไม่คืบหน้า แต่ก็พัฒนาเรื่องการฟัง พูด อ่านและเขียนนอกตำราอยู่ไม่ขาดนะคะ

พัฒนาการ

ช่วงสามเดือนที่ผ่านมา เมย์โดนอาจารย์ชาวต่าวชาติถามบ่อยมากว่า “ที่ออฟฟิศมีคนต่างชาติเหรอ ทำงานกับคนต่างชาติเหรอ ทำไมออกเสียงชัด” เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้ YouTube และระบบการเรียนการสอนของ WSE ค่ะ เพราะเมย์ทำงานกับคนไทยล้วน ๆ

แม้ว่าสำเนียงจะเป็นแบบไทย ๆ แต่การออกเสียงชัดก็ทำให้อาจารย์เจ้าของภาษาเข้าใจสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารมากขึ้น

หลังจากที่เริ่มสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษกับบุคลากรที่ WSE ได้ เมย์ก็เริ่มที่จะไม่เชื่อตัวเองเท่าไหร่ละ เหมือนเริ่มชินกับระบบ ก็เลยอยากลองสื่อสารกับคนต่างชาติคนอื่น ๆ ดูบ้าง

เคยลองเรียนพูดภาษาอังกฤษกับ Globish (เดี๋ยวมาเขียนให้อ่านอีกที) อาจารย์ที่คุยก็บอกว่าเซอร์ไพรส์ที่เราลงเรียน Beginner แต่พูดจารู้เรื่อง ถามได้ตอบได้ ออกเสียงชัด เหลือพัฒนาเรื่องคำศัพท์และแกรมม่า แล้วก็เหมือนเดิม ถามว่า “ที่ออฟฟิศมีคนต่างชาติเหรอ?” 55555

แค่นั้นเมย์ก็ว่าการเรียนภาษาอังกฤษประสบความสำเร็จแล้วนะ แต่เทียบไม่ได้กับวันนี้เลย

กล้าที่จะใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้น

เมื่อวานเจ้านายโทรมาบอกว่าตอนเช้าติดธุระ ฝากรับแขกต่างประเทศแทนหน่อยนะ เมย์ก็ตอบตกลง เพราะเริ่มชินที่จะต้องสื่อสารกับคนต่างชาติ ไม่ได้คิดว่าตัวเองเก่ง หรือสามารถทำได้ดี 100% หรอกนะ แค่กล้าที่จะสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษมากขึ้นก็เท่านั้นเอง

ถ้าสื่อสารผิด ก็ทำความเข้าใจใหม่ ไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย

วันนี้เมย์ได้ใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับแขกของเจ้านายเกือบทั้งวัน พาตรวจเช็คข้าวของ สอบถามเรื่องส่วนผสมและอุปกรณ์ต่าง ๆ (ซึ่งบางศัพท์นี่ก็ไม่รู้จัก) พาไปกินข้าว พาไปซื้อของ แบบว่าอยากรู้อะไรก็ถาม อยากบอกอะไรก็พูด ก็โชคดีที่เขาใจดี ไม่ถือสา 555

ทำให้วันนี้ โอเคมากกกกกกก แบบว่า เฮ้ย! มันดีและง่ายกว่าที่คิดอ่ะ ซึ่งเมย์ก็เคลมกับเขาว่าเราไม่เก่งภาษาอังกฤษนะ เรามาช่วยแปลให้พี่ที่ออฟฟิศอีกที แต่เขาบอกว่า “It’ s OK. It’s easy to understand.”

ในใจคือกรี๊ดมากกกกก ว่าแบบบบบ เมย์ แกทำได้ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

การลงทุนเรียนภาษาอังกฤษที่ Wall Street English กลายเป็นเรื่องที่คุ้มค่ามากกว่าที่คิด เพราะเรียนมาได้แค่ 1/3 ของโปรแกรม แต่สิ่งที่ทำได้ เกินครึ่งของสิ่งที่คาดหวังแล้ว .. เย้ ๆ

, , , , ,

แสดงความคิดเห็น