เที่ยวเกาะพีพี เดินเขา ดำน้ำ พายคายัค

ครั้งนี้เป็นการไปเที่ยว “กระบี่” ครั้งที่ 3 ของเมย์ ครั้งแรกไปเกาะลันตา ครั้งที่สองไปอ่าวนาง ส่วนครั้งนี้ไป “เกาะพีพี!”

สมาชิก YWC Outing ทริปที่ 26

ทริปนี้เป็นทริปที่ 26 ของ #YWCOuting แต่เป็นทริปแรกของเมย์ พี่แทนนี่ และพี่โบว์ลิ่ง ทริปนี้เราไปเที่ยวด้วยกันเยอะมาก รวมทั้งสิ้น 18 ชีวิต ประกอบด้วย พี่พริ้ว พี่หยก พี่โบว์ลิ่ง พี่ยูกิ พี่ปอย พี่เกด เมย์ พี่แทนนี่ พี่แทน พี่บอย พี่ปั๊ม พี่เสือ พี่จิม พี่เก้า พี่แบงค์ พี่ป๋อม พี่ต้น และพี่แก๊บ

วันเดินทาง

วันเดินทาง (เฉพาะของเมย์) ค่อนข้างทุลักทุเลพอสมควร เพราะต้องไปงาน Ricola’s event ที่ Muse Hotel หลังสวนก่อน พอออกจากงานอีเว้นท์ก็เดินบนรองเท้าส้นสูงจากชิดลมไปสยาม อื้อหื้อออ เจ็บ

เมย์มาถึงสนามบินแบบ “พอดีเป๊ะ!” ต้องขอบคุณพี่หยกที่คอยโทรกระตุ้นเมย์ตลอดทาง ไม่งั้นคงเอ้อระเหยรอชาย ใจเย็น นั่งแท็กซี่ไปดอนเมือง

ค่าวินมอเตอร์ไซด์จาก BTS หมอชิตไปสนามบินดอนเมือง 300 บาท (GrabBike 200 บาท) แต่วันนั้น GrabBike คันแรกที่เรียกดันอยู่ไกล ไม่อยากรอ ก็เลยต้องยอมจ่าย

แต่ 300 บาทที่จ่ายไปก็ถือว่าโอเคนะ เพราะนอกจากเราจะไปถึงสนามบินแบบว่าพอดี “เป๊ะ!” เรายังได้ทำความรู้จักพี่เต่า จนเกิดเรื่องเล่าระหว่างทาง Ep.2 ด้วย (ถือว่าคุ้มนะ)

พอมาถึงสนามบิน ไม่ไหวละ! เจ็บ! ถอดรองเท้าส้นสูงทันที

เพิ่งรู้ว่าแม้เราจะเช็คอินผ่านเว็บแล้ว เราก็ยังต้องปริ้นท์บอร์ดดิ้งพาสมาด้วย ไม่งั้นก็ต้องย้อนกลับไปปริ้นท์ที่หน้าเคาน์เตอร์อีกที (ดีที่เช็คอินแล้ว ไม่งั้นน่าจะตกเครื่อง)

เนื่องจากมาถึงด้วยเวลาที่พอดีเป๊ะ! (ยัง ยังกล้าพูดอีก) แล้วไหนจะต้องไปปริ้นท์บอร์ดดิ้งพาสอีก ก็เลยวิ่งไปวิ่งมาในสนามบินดอนเมือง ด้วยเท้าเปล่า

แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะบอกว่า “ยังไม่ถึงบอร์ดดิ้งไทม์ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องวิ่งก็ได้ค่ะ” แต่เราก็ยังวิ่ง เพราะเรารู้สึกสนุก มีอิสระ เป็นตัวของตัวเอง และเหมือนกลับได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

พี่เสือสงสาร เลยให้ยืมรองเท้าแตะ

เมย์ไม่เคยบินไฟล์ทดึกขนาดนี้มาก่อน 22.00 น. ท้องฟ้าตอนกลางคืนก็สวยดีนะ เห็นดาวชัดมาก หรือจะมองลงไปที่อาคารบ้านเรือนด้านล่างแสงไฟก็เรียงรายสวยงาม พอกำลังจะฟินเท่านั้นล่ะ ลูกเรือก็ทำการเปิดไฟขายของ หมดกัน! ความละมุนของฉันหายไปในพริบตา

คืนนี้เราพักกันที่ Orange Tree House (มีไดร์เป่าผม)

วันที่สอง  : พระอาทิตย์ตกดินที่เกาะพีพี

ความพีคของทริปนี้ คือ ประจำเดือนมาก่อน 1 วัน แถมยังมีพีคในพีค คือ ประจำเดือนเลอะผ้าปูที่นอน .. โรงแรม แต่โชคดีว่าเราทำความสะอาดให้แล้ว เลยไม่โดนปรับ

นั่งรถไปขึ้นเรือเพื่อเดินทางไป เกาะพีพี เรือลำใหญ่มาก แถมยังเล่นอินเทอร์เน็ตได้ตลอดทาง ดี๊ดี

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 – 2 ชั่วโมง พอลงจากเรือก็ต้องหาคนที่ถือป้ายที่พักที่เราจองไว้ วางกระเป๋าใส่บนรถเข็น แล้วเดินตามพนักงานไปที่ที่พัก คืนนี้เราพักที่ Andaman Beach Resort (มีไดร์เป่าผม) ระยะทางจากท่าเรือถึงที่พักประมาณ 1 กม. แต่อากาศร้อนมากกกก ทำให้ระยะทางดูยาวไกลกว่าความเป็นจริง

บนเกาะนี้มีแมวเยอะ แล้วแมวที่อยู่แถว Reception ก็น่ารักมาก สายตาอ้อนสุด

หลังจากแยกย้ายเข้าห้องพัก ก็ถึงเวลาตะเวนกินค่ะ ร้านแรกคือ Amp’ Cafe & Restaurant อัดกันไปทั้งหมด 18 คน แทบจะปิดร้านละ อาหารรสชาติโอเค (เมย์สั่งผัดซีอิ๊ว) ราคาไม่แพง (ผัดซีอิ๊ว 80 บาท) แถมยังได้ลด 20% ด้วย ไม่รู้ว่าเพราะเป็นคนไทย หรือเพราะคนเยอะ

มีของคาวแล้วก็ต้องมีของหวาน พี่แทนกับพี่เก้ากินไอติมผัด ส่วนเมย์กินเครปร้าน U-RIP ในรีสอร์ทนี่แหละ แถวยาวมาก รอนานสุด แต่แป้งกรอบนอกนุ่มใน หนากำลังดี อร่อยโดยที่ไม่ต้องทาเนยบนแป้งเลย เมนูที่เมย์สั่งคือ ฝอยทอง – กล้วย – นมข้นหวาน ราคา 60 บาท

หลังจากนั้นก็เป็น Free-Time ก็ฟรีจริงนะ อากาศร้อน หลับก่อนเลย 1 ชั่วโมง ก่อนจะเปลี่ยนชุดออกไปซ้อมวิ่ง (เมย์กำลังอยู่ในช่วงซ้อมวิ่ง 10K กับครูดิน)

ชอบ Andaman Beach Resort เพราะนอกจากจะมีไดร์เป่าผมให้แล้ว ยังมีเส้นทางภายในรีสอร์ทให้เราซ้อมวิ่งได้ด้วย แต่เนื่องจากว่าต้องขึ้นไปดูพระอาทิตย์ตกดินบนจุดชมวิว ก็เลยวอร์มได้ไม่เต็มที่ แถมพอเห็นเส้นทางเดินขึ้นแล้ว “ยอมใจ” เพราะชันมาก สุดท้ายวันนั้นก็ได้ “ใบแดง” ซึ่งเท่ากับขาดซ้อมไป T_T

พระอาทิตย์ตกวันนี้แสงไม่สวยเท่าไหร่ แต่บรรยากาศรอบ ๆ สวยมาก ทั้งจากทีม #YWCOuting เอง และจากชาวต่างชาติมากมาย 55555 ก็ดูสิ แค่เดินไปนั่งหลับตา Selfie ตัวเอง ยังได้ของแถมมาฝากเพื่อน ๆ ในเฟสบุ๊คมากมาย

อ่อ ! มีค่าเข้าจุดชมวิวคนละ 30 บาทนะ อย่าลืมพกตังไปด้วยล่ะ เผื่อหิวด้วย

พอพระอาทิตย์ลับสายตาไป ก็ทยอยกันกลับ แล้วก็ทำให้เรารู้ว่า จุดชมวิวมีทางขึ้นสองทาง ซึ่งทางนี้ง่ายกว่ามาก เป็นปูนอย่างดี อาจจะมีบันไดที่ชันหน่อย แต่ดีกว่าตอนขามาแน่นอน

มื้อค่ำเราฝากท้องไว้ที่ร้าน Papaya Bung Teub Restaurant ก่อนจะพากันไปเดินดูการแสดงควงไฟที่ชายหาด คืนนี้น้ำลงเยอะมาก เยอะจนเราสามารถเดินเล่นเลยทุ่นออกไปไกล เหมือนได้สำรวจโลก สนุกดี

การแสดงไม่ได้ทำให้ว้าวมาก เพราะง่วง (ช่วงซ้อมวิ่งนอนประมาณ 4-5 ทุ่ม ทำให้ประมาณ 3 ทุ่มก็จะเริ่มง่วงละ) แต่ก็เป็นการเปิดหูเปิดตาดี เห็นเค้าควงไฟด้วยวงแขน 360 องศา ก็อยากกายบริหารได้แบบนั้นบ้าง

ซึ่งตอนที่เห็นเค้าทำกระบองตก แล้วรีบเก็บขึ้นมาทำการแสดงต่อ ก็ได้ข้อคิดนะว่า คนเรามีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ แต่อย่างไรก็ต้องไปต่อ และเราก็สามารถไปต่อได้ ขอแค่ลุกขึ้นมาและลงมือทำมันอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง

และเราก็เห็นคนที่ทำพลาดบ่อย ๆ (โยนไม้ขึ้นแล้วหล่น ๆ ๆ ๆ ๆ ) อาจเป็นเพราะความหึกเหิม เพราะไม่ได้ซ้อม หรืออาจจะด้วยสาเหตุอื่น แต่สำหรับเรา ดูคล้ายก้บเขาไม่ค่อยตั้งใจกับการแสดง อยากจะโชว์มากจนเกินไป จนดูไม่น่าให้กำลังใจเลย

เริ่มงอแงอยากกลับไปนอน แต่ก็เป็นช่วงที่พี่ ๆ หลายคนรู้สึกอยากกลับที่พักเหมือนกัน ก็เลยเดินเกาะกลุ่มกันไป แล้วก็แวะร้านของกินไปตลอดทาง หึหึ ตุนพลังงานไว้สำหรับวันพรุ่งนี้กันล่ะสิ

วันที่สาม : ดำน้ำ

เมย์เคยดำน้ำตื้นประมาณ 2 ครั้ง ครั้งแรกก็น่าจะที่กระบี่นี่แหละ ครั้งนั้นชอบมากกก ติดใจอยากดำอีก แต่ครั้งนี้น้ำเค็มมากกก เค็มปี๊เลย เข้าปาก เข้าคอ เข้าตา ทรมาน แถมจุดที่เรือไปปล่อยน้ำตื้นมาก ซึ่งเรากลัวว่าจะเหยียบโดนปะการัง เลยไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แบบว่า ทั้งกลัวทำปะการังเสียหาย ทั้งกลัวโดนสัตว์มีพิษ

เป็นครั้งแรกที่ไปดำน้ำโดยเรือหางยาว สนุกดี แต่แดดร้อนสุด ๆ เปรี้ยงมาก แบบว่าไหม้แน่ ๆ

วันนี้ในตารางซ้อมวิ่งเป็นวันพัก แต่ตีขาว่ายน้ำหนักมาก ขาเป็นก้อนเลยยยยย ปวดตุ๊บ ๆ

หลังจากกลับมาที่เกาะ เนื่องจากว่า Check-out กันไปตั้งแต่เช้าแล้ว ก็เลยต้องอาศัยฝักบัวล้างตัวริมสระในการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่นึกภาพออกป่ะ คือมากัน 18 คน กับฝักบัว 2 อัน ก็ปล่อยให้ชาวต่างชาติงงกันไป

อาบน้ำเสร็จก็หิวจัด ไปฝากท้องที่ร้าน Lemon Restro ไม่รู้ว่าอาหารอร่อยหรือว่าหิว แต่ที่รู้คือกว่าจะได้อาหารนานมาก ประมาณ 30 นาทีได้ #รอวนไปค่ะ

กินข้าวเสร็จก็ไปจัด Pizza ต่อ เหมือนจะเป็นเมนูที่ถ้ามาเกาะพีพีแล้วต้องลองชิม มีขายหลายร้านเลย รสชาติต่างกัน แต่ราคาชิ้นละ 80 บาทเท่ากัน ชิ้นขนาดใหญ่มากกกก อิ่มเหมือนกินข้าวอีกจานอ่ะ

พอเราสั่งเสร็จแล้ว เค้าจะอุ่นด้วยไมโครเวฟให้ กินร้อน ๆ อร่อยดี ร้านที่เมย์ซื้ออยู่ใกล้ท่าเรือเลย เดินเข้ามาแล้วเลี้ยวซ้าย แต่เสียดายที่หน้าฮาวาเอี้ยนที่เราชอบไม่ค่อยมี (ชอบกินสับปะรด)

แต่พอเห็นสับปะรดบนพิซซ่าที่พี่ป๋อมซื้อมาจากร้านอื่นก็ไม่อยากกินนะ เพราะมันบางและแห้งมาก หน้าเบคอนก็อร่อยดีแหละ ดึงเบคอนทิ้งก็อร่อย 55555

อาบน้ำ กินข้าว กินพิซซ่า เดินมารอขึ้นเรือกลับฝั่ง อื้อหื้อออ เหงื่อท่วมจนอยากอาบน้ำอีกรอบ แม้ว่าอากาศจะร้อนไปหน่อย แต่เมย์ชอบที่นี่นะ มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก แต่ที่ถูกคือมีของกินให้เลือกเยอะมาก

นั่งเรือกลับฝั่งคราวนี้ไม่เหมือนขามา ไม่มีอารมณ์จะเล่นอะไรทั้งสิ้น นอนอย่างเดียว ตื่นอีกทีก็เตรียมตัวลงเรือเลย

กลับไปพักที่ Orange Tree House ที่เดิม วันนี้เป็นวันเสาร์ มีถนนคนเดินด้วย ซึ่งบริเวณร้านขายของก็อยู่หน้าที่พักเลย สะดวกมาก

มื้อเย็นวันนี้เราฝากท้องกันไว้ที่ร้าน Baitoey คงไม่มีอะไรอยู่ในความทรงจำได้มากไปกว่า “โค้กระเบิด” เผอิญว่าขวดโค้กขนาดลิตรกว่า ๆ ซึ่งเป็นแก้วตกจากรถเข็น แล้วกระเด็นไปบาดขาพี่เก้ากับพี่เสือ

ชอบที่พี่ ๆ ช่วยกันปฐมพยาบาล ชอบที่พี่เก้าพี่เสือต้องปลอบพี่เกดที่ขวัญเสียกว่าคนเจ็บเสียอีก แล้วก็ชอบที่ได้ฟังประสบการณ์โดน “ต่อย” จากเดอะแกงค์ #YWCOuting ทุกอย่างดูลงตัว น่าสนุกไปหมด

วันที่สี่ : พายคายัค

ทีแรกตั้งใจว่าจะไม่เล่น กลัวผิวเสีย ไม่อยากเปียก นู่นนี่นั่น แต่รู้ตัวอีกทีก็ถือไม้พายเดินไปที่เรือแล้วอ่ะ มากัน 18 คน ก็ครบคู่พอดี ได้พายคู่กับแทนนี่

แต่เป็นคู่ที่น่าสงสารมาก เพราะพายไม่เป็น หน้าหงิกกันน่าดู (โดยเฉพาะเมย์นี่แหละ) ไกด์สงสาร เลยให้เราแยกเรือกัน ทีนี้ก็สนุกเลย เรือแล่นฉิว

ก่อนจะได้ลงมาพาย เข้าใจว่าคงเป็นการพายคายัคเล่นนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ไกลจากฝั่ง แต่เพิ่งเข้าใจว่านี่คือการพาทัวร์ โดยให้เราพายคายัคเองตะหาก พายระยะไกลพอสมควร แดดแรง แต่ก็สนุก และก็คงเสียดายมาก หากไม่ได้ลงมาทำกิจกรรมนี้ร่วมกับพี่ ๆ ทุกคน

ได้เห็นปลาดาวครั้งแรก ไม่กล้าจับหรอก มันดูหยึยอ่ะ แค่เห็นพี่หยกสนุกน้องก็สนุกแล้ว

ก่อนเดินทางกลับ พากันไปแวะทานข้าวแบบจัดหนักมาก ไม่สนแล้วว่าร้านไหน กินอย่างเดียว

ทริปนี้เมย์กินหนักมาก ไม่เบิ้ลข้าว 2 จาน ก็ต้องมีต่อด้วยขนมหวานตลอด แต่มื้อนี้ส่งท้าย ข้าว 2 จาน และปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วง

โอ้ยย! ยอมใจตัวเอง นอกจากจะเมื่อยล้ากับกิจกรรมที่ต้องใช้พลังแล้ว ยังเหนื่อยกับความตุ๊ต๊ะของตัวเองด้วย

ขอบคุณ

ขอบคุณพี่หยกที่มาชวนพี่แทนนี่นะคะ ทำให้เมย์ได้มีโอกาสไปร่วมทริปด้วย ทริปนี้ดีงามมากค่ะ ทุกอย่างกำลังดี ยกเว้นแสงแดด

ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนที่เทคแคร์น้องนะคะ

เมย์ชอบทริปนี้ตั้งแต่เครื่องยังไม่ออกจากสนามบินดอนเมืองด้วยซ้ำ เพราะเมย์ไม่ได้รู้สึกสนุกกับการเดินทางมานานแล้ว

ทริปนี้ที่ทำให้เมย์รู้สึกรักและคิดถึงการเดินทางอีกครั้ง แล้วก็คิดว่าถึงเวลาแล้วล่ะ ที่ต้องกลับมาเดินทางอีกครั้ง

คิดถึงการเขียนบันทึกหลังการเดินทางด้วย

ไว้เจอกันใหม่ทริปหน้านะคะ หยอดปุก เคลียร์งาน แพร้บบบ

, , , , , , , ,

แสดงความคิดเห็น